Q & A

  • Q

    AHA เหมาะสำหรับใช้กับผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่ายหรือไม่

    A

    AHA มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวที่หยาบกร้านให้หลุดลอกออกไป แต่ถ้าหากคุณมีผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ก็อาจ
จะส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองได้เล็กน้อยค่ะ ดังนั้น AHA จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวธรรมดา ผิวผสมและผิว
มันค่ะ แต่สำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวแห้งนั้น แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ PHA (Poly Hydroxy 
Acid) จะดีที่สุดค่ะเนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติในตระกูลไฮดรอกซี่ แอซิด ที่ได้รับการวิจัยและรับรองจาก
ผู้เชี่ยวชาญแล้วว่ามีคุณสมบัติในการสร้างเซลล์ผิวใหม่อย่างอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว ป้องกันการเกิดริ้วรอย ให้
ความชุ่มชื่นแก่ผิว จึงปลอดภัยสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวบอบบางและผิวแพ้ง่าย

  • Q

    AHA มีส่วนประกอบของผลไม้ชนิดใดบ้าง และมีคุณสมบัติอย่างไร

    A

    AHA เป็นสารสกัดจากผลไม้ มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ สารในตระกูล AHA ประกอบด้วย สารสกัดจากอ้อย (Glycolic Acid) ซึ่งถือว่าเป็นชนิดที่มีโมเลกุลเล็กที่สุดในตระกูล AHA จึงสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างดีเยี่ยม , 
สารสกัดจากนมเปรี้ยวหรือมะเขือเทศ (Lactic Acid) ที่ช่วยให้ผิวนุ่มนวลและเรียบเนียนขึ้น , สารสกัดจากมะนาว (Citric Acid) มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระและทำให้เซลล์ผิวแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีสารสกัดที่ได้จากแอปเปิ้ล ,องุ่น , ส้ม และสารธรรมชาติอีกหลายชนิดค่ะ

  • Q

    ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดAHAแล้วจะมีผลข้างเคียงกับผวิหรือไม่

    A

    Products that contain AHA are many, both in the form of a gel, lotion and cream. Each type will be used in concentrations of AHA different so be careful in choosing a reasonably well because if the concentration of the AHA, too, it will result in skin irritation. And easily defeated if products contain substances that protect the skin AHA is glycolic acid (Glycolic Acid) by the percentage of intensity. Concentrated in the 4-15% due Glycolic acid is the AHA with the smallest carbon molecules. Can quickly absorb into the skin Irritation or allergy, tend to occur less. And to ensure the safe maximum should be in control of my doctor.

  • Q

    ช่วยชะลอริ้วรอยได้อย่างไร

    A

    AHA จะออกฤทธิ์ทั้งในชั้นหนังกำพร้า และหนังแท้ โดยการเร่งการเลื่อนตัวของชั้นหนังกำพร้า ทำให้หนังกำพร้า
ที่ตายแล้วหลุดลอกได้เร็วขึ้น และมีหนังกำพร้าใหม่ที่เป็นเซลล์อ่อนๆ เข้ามาแทนที่ โดยที่ผิวจะไม่บางลงและไม่ลอก
จากการวิจัยพบว่าภายใน 1-2 เดือน จะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผิวพรรณ เช่น ผิวนุ่มเนียน เปล่งปลั่ง
ขึ้น และริ้วรอยที่มีอยู่จะค่อยๆจางลง